ค้นหาโรงพยาบาลและคลินิกรักษามีบุตรยากที่ดีที่สุด เรียนรู้หลักเกณฑ์การเลือก คำถามที่ควรถามแพทย์ และเปรียบเทียบเทคโนโลยีเพื่อการตัดสินใจที่ดีที่สุด
รักษามีบุตรยาก, คลินิกรักษามีบุตรยาก, โรงพยาบาลมีบุตรยาก, ทำเด็กหลอดแก้ว, IVF, ICSI, เลือกคลินิกมีบุตรยาก
ที่มา: https://infertility.com-thai.com/โอ้โห... มาถึงขั้นนี้แล้วเหรอคะ? แสดงว่าพยายามกันมาสักพักใหญ่ๆ แล้วสินะ หรือไม่ก็กำลังกังวลจนเก็บไปฝันร้ายแล้วก็ได้ ยินดีด้วยค่ะที่คุณกำลังจะก้าวเข้าสู่โลกแห่งการ "วางแผนครอบครัว" แบบจริงจัง ไม่ใช่แค่การปั๊มลูกแบบไร้ทิศทางอีกต่อไป การมีบุตรยากไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายเสมอไปหรอกนะ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่จะปล่อยให้ผ่านไปเฉยๆ แล้วหวังว่าปาฏิหาริย์จะมาเคาะประตูบ้านหรอกนะ ยิ่งช้า ยิ่งเสียโอกาส ยิ่งเสียเงิน (อันนี้สำคัญ!) และที่สำคัญ ยิ่งเสียสุขภาพจิต! เพราะฉะนั้น การรู้ว่าเมื่อไหร่ควรจะอุ้มท้อง (หรืออุ้มใครสักคน) ไปปรึกษาคุณหมอผู้เชี่ยวชาญด้านการเจริญพันธุ์ ก็เหมือนมีแผนที่นำทางไปสู่เป้าหมายที่ตั้งใจไว้ไงล่ะ อย่าทำตัวเป็นคนหัวดื้อที่ไม่ยอมรับความจริง แล้วมานั่งเสียใจทีหลังว่า "รู้งี้ไปหาหมอตั้งนานแล้ว!" มาดูกันดีกว่าว่าสัญญาณเตือนอะไรบ้างที่บอกว่า "ถึงเวลาที่คุณควรจะไปพบแพทย์เพื่อปรึกษาเรื่องมีบุตรยากแล้วนะ!"
Oh, so you've reached this point, have you? It means you've been trying for quite a while, or perhaps you're so worried you're having nightmares about it. Congratulations on embarking on the serious path of "family planning," not just aimless baby-making anymore. Infertility isn't always a life-or-death situation, but it's also not something you should just let slide, hoping a miracle will knock on your door. The longer you wait, the more opportunities you lose, the more money you spend (this is important!), and most importantly, the more you damage your mental health! Therefore, knowing when to bring your "baby-making plan" to a fertility specialist is like having a roadmap to your intended destination. Don't be stubborn and deny reality, only to regret later, "If only I had seen a doctor sooner!" Let's find out what warning signs indicate that "it's time for you to see a doctor for infertility."
ฟังทางนี้ให้ดีๆ นะคะคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ (หรือมือเกือบใหม่) ที่กำลังพยายามสร้างสมาชิกตัวน้อยๆ กฎพื้นฐานที่แพทย์ส่วนใหญ่ใช้กันก็คือ ถ้าคุณมีเพศสัมพันธ์กันอย่างสม่ำเสมอ (หมายถึงสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง แบบไม่ได้นับวันไข่ หรือปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ) โดยที่ไม่ได้คุมกำเนิด แล้วผ่านไป 12 เดือนแล้วยังไม่ตั้งครรภ์ ก็ถือว่ามีภาวะมีบุตรยากแล้วค่ะ "อ้าว! แค่ 12 เดือนเองเหรอ?" ใช่ค่ะ แค่ 12 เดือน ถ้าคุณอายุยังไม่ถึง 35 ปีนะ แต่ถ้าคุณอายุ 35 ปีขึ้นไป กฎนี้จะลดลงเหลือ 6 เดือนทันที! ใช่แล้วค่ะ เวลาจะเร็วกว่าเดิมเป็นสองเท่า! เพราะอะไรน่ะเหรอ? ก็เพราะว่าคุณภาพและปริมาณไข่ของผู้หญิงจะลดลงอย่างรวดเร็วตามอายุไงล่ะ ไม่ต้องมาทำหน้าตกใจ หรือโวยวายว่าทำไมไม่บอกกันดีๆ โลกนี้มันก็เป็นแบบนี้แหละค่ะ เป็นธรรมชาติที่โหดร้ายนิดๆ แต่ก็ต้องยอมรับมันนะ
Listen up, new (or almost new) parents who are trying to create a little family member. The basic rule most doctors follow is this: if you're having regular intercourse (meaning 2-3 times a week, without tracking ovulation or just letting nature take its course), without using contraception, and 12 months have passed without conception, it's considered infertility. "Wait! Just 12 months?" Yes, just 12 months, if you're under 35 years old. But if you're 35 or older, this rule immediately shortens to 6 months! That's right, time is twice as fast! Why? Because the quality and quantity of a woman's eggs decline rapidly with age. Don't make a shocked face or complain that no one told you. The world is like this, a bit cruel nature, but you have to accept it.
อย่างที่เกริ่นไปแล้ว อายุเป็นปัจจัยสำคัญมากๆ สำหรับการมีบุตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้หญิง เมื่ออายุ 35 ปีขึ้นไป ร่างกายจะเริ่มมีสัญญาณที่บ่งบอกถึงการเปลี่ยนแปลงของระบบสืบพันธุ์ การผลิตไข่จะลดน้อยลง คุณภาพไข่ก็อาจจะไม่ดีเท่าเดิม โอกาสในการตั้งครรภ์จึงลดลงตามไปด้วย ผู้ชายเองก็เช่นกัน แม้ว่าผู้ชายจะผลิตอสุจิได้ตลอดชีวิต แต่คุณภาพและปริมาณอสุจิก็อาจลดลงตามอายุได้เช่นกัน ดังนั้น หากคุณหรือคู่ของคุณมีอายุ 35 ปีขึ้นไป และพยายามมีบุตรมาแล้ว 6 เดือนโดยยังไม่สำเร็จ ก็ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที อย่ารอให้เวลาผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์ เพราะทุกๆ เดือนที่ผ่านไปคือโอกาสที่ลดลง และอาจนำไปสู่การรักษาที่ซับซ้อนและมีค่าใช้จ่ายสูงขึ้นได้ อย่าให้คำว่า "แก่เกินไป" มาเป็นอุปสรรคในการมีลูกของคุณ
As mentioned, age is a very important factor in conception, especially for women. After the age of 35, the body begins to show signs of changes in the reproductive system. Egg production decreases, and egg quality may not be as good as before, thus reducing the chances of conception. It's the same for men; although men produce sperm throughout their lives, sperm quality and quantity can also decline with age. Therefore, if you or your partner are 35 or older and have been trying to conceive for 6 months without success, you should consult a doctor immediately. Don't let time pass in vain, because every month that passes is a reduced opportunity and may lead to more complex and costly treatments. Don't let the phrase "too old" become an obstacle to having your child.
บางทีการมีบุตรยากอาจไม่ใช่แค่เรื่องของเวลา หรืออายุ แต่มันอาจมาจากปัญหาสุขภาพที่คุณอาจมองข้ามไป หรือไม่เคยรู้ตัวมาก่อนก็ได้นะ ถ้าคุณมีประวัติของโรคบางอย่างที่ส่งผลต่อระบบสืบพันธุ์ เช่น โรคเกี่ยวกับต่อมไร้ท่อ (เช่น ไทรอยด์, ต่อมใต้สมอง), โรคเกี่ยวกับมดลูกและรังไข่ (เช่น เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่, เนื้องอกมดลูก, ถุงน้ำรังไข่), โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่อาจส่งผลต่อท่อนำไข่หรืออัณฑะ, หรือแม้แต่การเคยผ่าตัดในช่องท้องหรืออุ้งเชิงกราน ก็อาจทำให้เกิดพังผืดหรือการอุดตันในระบบสืบพันธุ์ได้เช่นกัน หรือถ้าคุณเคยมีประวัติการฉายรังสี หรือการรักษาด้วยเคมีบำบัด ก็อาจส่งผลกระทบต่อการผลิตเซลล์สืบพันธุ์ได้เช่นกัน ในกรณีเหล่านี้ ไม่ต้องรอให้ครบ 12 หรือ 6 เดือนหรอกนะ ควรจะปรึกษาแพทย์ตั้งแต่เริ่มคิดจะมีบุตรเลยจะดีที่สุด เพื่อประเมินความเสี่ยงและวางแผนการรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ อย่าปล่อยให้สุขภาพแย่ๆ มาขัดขวางความสุขในการมีลูกของคุณ!
Sometimes, infertility might not just be about time or age, but it could stem from health issues you might have overlooked or never realized. If you have a history of certain medical conditions that affect the reproductive system, such as endocrine disorders (like thyroid or pituitary gland issues), uterine and ovarian conditions (like endometriosis, uterine fibroids, ovarian cysts), sexually transmitted infections that could affect the fallopian tubes or testicles, or even abdominal or pelvic surgeries, it can cause adhesions or blockages in the reproductive system. Or, if you've had radiation therapy or chemotherapy, it might impact the production of reproductive cells. In these cases, don't wait for the 12 or 6 months to pass. It's best to consult a doctor as soon as you start thinking about having a child to assess the risks and plan treatment early. Don't let poor health hinder your joy of having a child!
รอบเดือนของคุณเป็นเหมือนปฏิทินที่บอกสุขภาพการเจริญพันธุ์ของคุณเลยนะ ถ้าประจำเดือนของคุณมาไม่สม่ำเสมอ เช่น มาเร็วเกินไป (น้อยกว่า 21 วัน) มาช้าเกินไป (มากกว่า 35 วัน) หรือบางเดือนก็มา บางเดือนก็หายไปเลย หรือมีปริมาณเลือดที่มากหรือน้อยผิดปกติ หรือมีอาการปวดท้องประจำเดือนอย่างรุนแรงจนรบกวนชีวิตประจำวัน เหล่านี้ล้วนเป็นสัญญาณเตือนว่าอาจมีความผิดปกติของฮอร์โมน หรือการตกไข่ที่ไม่สม่ำเสมอ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อโอกาสในการตั้งครรภ์ ถ้าคุณมีลักษณะประจำเดือนแบบนี้ ก็ไม่ควรรอช้าที่จะไปปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุและรับการรักษาที่เหมาะสม เพราะการปรับสมดุลฮอร์โมนหรือการกระตุ้นการตกไข่ อาจช่วยให้คุณมีโอกาสตั้งครรภ์ได้ง่ายขึ้น อย่าปล่อยให้รอบเดือนที่ "พัง" ทำให้คุณพลาดโอกาสในการเป็นแม่นะ
Your menstrual cycle is like a calendar that reflects your reproductive health. If your periods are irregular, such as coming too early (less than 21 days), too late (more than 35 days), or some months you get them, and some months they disappear altogether, or if you have an abnormally heavy or light flow, or severe menstrual cramps that disrupt your daily life, these are all warning signs of hormonal imbalances or irregular ovulation, which directly affect your chances of conception. If you experience periods like this, don't delay in consulting a doctor to investigate the cause and receive appropriate treatment. Balancing hormones or stimulating ovulation might help you conceive more easily. Don't let a "broken" menstrual cycle make you miss the chance to be a mother.
การแท้งบุตร 1-2 ครั้ง อาจยังไม่น่ากังวลมากนัก เพราะบางครั้งก็อาจเป็นเรื่องของโครโมโซมที่ผิดปกติของตัวอ่อน แต่ถ้าคุณเคยแท้งบุตรติดต่อกัน 3 ครั้งขึ้นไป (Recurrent Pregnancy Loss) นี่ถือเป็นสัญญาณเตือนที่ชัดเจนว่าอาจมีปัญหาบางอย่างซ่อนอยู่ ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับปัจจัยทางพันธุกรรม, ความผิดปกติของมดลูก, ความไม่สมดุลของฮอร์โมน, หรือแม้แต่ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายที่ไม่ยอมรับตัวอ่อน การปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการเจริญพันธุ์ จะช่วยให้คุณได้รับการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและวางแผนการตั้งครรภ์ครั้งต่อไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น การปล่อยให้เหตุการณ์ซ้ำรอยเดิม อาจทำให้คุณเสียใจและผิดหวังมากขึ้นไปอีก อย่าคิดว่ามันเป็น "โชคร้าย" เพียงอย่างเดียว แต่ให้มองว่ามันเป็น "สัญญาณ" ที่ควรไปหาหมอ!
One or two miscarriages might not be too concerning, as it could sometimes be due to abnormal embryonic chromosomes. However, if you have experienced three or more consecutive miscarriages (Recurrent Pregnancy Loss), this is a clear warning sign that there might be underlying issues. These could be related to genetic factors, uterine abnormalities, hormonal imbalances, or even an immune system that rejects the embryo. Consulting a fertility specialist will allow you to undergo detailed diagnostic tests to identify the true cause and plan your next pregnancy more effectively. Letting the same event repeat might cause you more sorrow and disappointment. Don't just think of it as "bad luck"; consider it a "sign" to see a doctor!
อย่าคิดว่าตัวเองแข็งแรงสมบูรณ์แล้วทุกอย่างจะโอเคเสมอไปนะ ไลฟ์สไตล์บางอย่างของคุณอาจกำลังบั่นทอนความสามารถในการมีบุตรอยู่ก็ได้ เช่น การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ปริมาณมาก หรือการใช้สารเสพติด สิ่งเหล่านี้ส่งผลเสียต่อคุณภาพของไข่และอสุจิโดยตรง รวมถึงการมีน้ำหนักตัวที่มากเกินไป (ภาวะอ้วน) หรือน้อยเกินไป (ภาวะผอมแห้ง) ก็ส่งผลต่อความสมดุลของฮอร์โมนและการตกไข่ได้เช่นกัน การทำงานหนักเกินไป ความเครียดสะสม การนอนไม่พอ หรือแม้แต่การสัมผัสกับสารเคมีอันตรายในสิ่งแวดล้อม ก็อาจมีผลกระทบต่อระบบสืบพันธุ์ได้เช่นกัน หากคุณรู้ตัวว่ามีพฤติกรรมเหล่านี้ และพยายามมีบุตรมาสักพักแล้วยังไม่สำเร็จ ควรหันกลับมาทบทวนไลฟ์สไตล์ของตัวเอง และปรึกษาแพทย์เพื่อขอคำแนะนำในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเหล่านี้ อาจเป็นทางออกที่ง่ายกว่าที่คุณคิดก็ได้นะ
Don't assume that just because you're perfectly healthy, everything will be okay. Some of your lifestyle habits might be undermining your ability to conceive. For example, smoking, excessive alcohol consumption, or drug use directly harm egg and sperm quality. Being significantly overweight (obesity) or underweight also affects hormonal balance and ovulation. Overtaxing yourself, chronic stress, lack of sleep, or even exposure to harmful chemicals in the environment can also impact the reproductive system. If you recognize these behaviors and have been trying to conceive for a while without success, it's time to review your lifestyle and consult a doctor for advice on changing these habits. It might be a simpler solution than you think.
ปัญหาการมีบุตรยากมีหลากหลายสาเหตุ ตั้งแต่ความผิดปกติของการตกไข่, ปัญหาเกี่ยวกับมดลูกและท่อนำไข่, ปัญหาเกี่ยวกับอสุจิ, ไปจนถึงสาเหตุที่ไม่ทราบแน่ชัด การแก้ปัญหาก็มีตั้งแต่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม, การใช้ยาเพื่อกระตุ้นการตกไข่, การผสมเทียม (IUI), ไปจนถึงการทำเด็กหลอดแก้ว (IVF) การปรึกษาแพทย์จะช่วยให้ทราบสาเหตุที่แท้จริง และเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
Infertility issues have various causes, ranging from ovulation disorders, problems with the uterus and fallopian tubes, sperm issues, to unexplained causes. Solutions vary from lifestyle modifications, ovulation induction medications, Intrauterine Insemination (IUI), to In Vitro Fertilization (IVF). Consulting a doctor will help identify the root cause and choose the most appropriate treatment method for each individual.
1. **ความเครียดส่งผลต่อการเจริญพันธุ์จริงหรือ?** ใช่ค่ะ! ความเครียดเรื้อรังสามารถรบกวนสมดุลของฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการตกไข่ได้ ทำให้รอบเดือนผิดปกติ และลดโอกาสในการตั้งครรภ์ 2. **อุณหภูมิร่างกายส่งผลต่อคุณภาพอสุจิ?** ถูกต้อง! อุณหภูมิที่สูงเกินไปบริเวณถุงอัณฑะ เช่น การใส่กางเกงในรัดรูป การนั่งทำงานนานๆ หรือการอบซาวน่าบ่อยๆ อาจทำให้อุณหภูมิสูงขึ้นและส่งผลเสียต่อการผลิตและคุณภาพของอสุจิ 3. **การออกกำลังกายหนักเกินไปดีต่อการมีลูกหรือไม่?** ไม่เสมอไป! การออกกำลังกายระดับปานกลางดีต่อสุขภาพ แต่การออกกำลังกายที่หนักหน่วงและหักโหมเกินไป อาจส่งผลกระทบต่อฮอร์โมนและรอบเดือนได้เช่นกัน
1. **Does stress really affect fertility?** Yes! Chronic stress can disrupt the balance of hormones related to ovulation, leading to irregular periods and reduced chances of conception. 2. **Does body temperature affect sperm quality?** Correct! Temperatures that are too high in the scrotal area, such as wearing tight underwear, sitting for long periods, or frequent sauna use, can raise the temperature and negatively impact sperm production and quality. 3. **Is excessive exercise good for conceiving?** Not always! Moderate exercise is good for health, but extremely strenuous and excessive exercise can also affect hormones and menstrual cycles.
Q1: ถ้าประจำเดือนมาสม่ำเสมอ แต่ก็ยังไม่ท้อง จะยังถือว่ามีบุตรยากไหม?
A: ใช่ค่ะ ถึงแม้ประจำเดือนจะมาสม่ำเสมอ ก็ไม่ได้การันตีว่าคุณจะตกไข่ทุกเดือน หรือไข่ที่ตกมีคุณภาพดีพอ หรือท่อนำไข่จะเปิดโล่ง หรือฝ่ายชายจะมีปริมาณและคุณภาพอสุจิที่เหมาะสม การมีบุตรยากเป็นปัญหาที่ซับซ้อนและอาจเกิดได้จากหลายปัจจัย การลองมีบุตรอย่างสม่ำเสมอเป็นเวลา 12 เดือน (หรือ 6 เดือนหากอายุ 35 ปีขึ้นไป) โดยไม่มีการคุมกำเนิด เป็นเกณฑ์มาตรฐานที่ใช้ในการวินิจฉัยภาวะมีบุตรยาก ดังนั้น หากคุณเข้าเกณฑ์นี้ ก็ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุและวางแผนการรักษาค่ะ อย่าเสียเวลาลองผิดลองถูกเองให้เปลืองแรง เปลืองเงิน และเสียสุขภาพจิตนะ
Q1: If my periods are regular, but I'm still not getting pregnant, am I considered infertile?
A: Yes. Even if your periods are regular, it doesn't guarantee that you ovulate every month, that the ovulated eggs are of good quality, that your fallopian tubes are open, or that the male partner has adequate sperm count and quality. Infertility is a complex issue that can arise from multiple factors. Trying to conceive regularly for 12 months (or 6 months if you are 35 or older) without contraception is the standard criterion for diagnosing infertility. Therefore, if you meet this criterion, you should see a doctor to investigate the cause and plan treatment. Don't waste time trying random methods yourself, which can be exhausting, costly, and detrimental to your mental well-being.
Q2: อายุ 40 ปีแล้ว ควรจะเริ่มปรึกษาแพทย์เรื่องมีบุตรยากเลยไหม หรือควรรออีกสักพัก?
A: โอ้โห! อายุ 40 แล้วยังจะมาถามอีกเหรอคะ? นี่มันไม่ใช่เวลามาเล่นๆ แล้วนะ! สำหรับผู้หญิงที่อายุ 35 ปีขึ้นไป โดยทั่วไปแนะนำให้ปรึกษาแพทย์หากพยายามมีบุตรมาแล้ว 6 เดือนโดยไม่สำเร็จ แต่ถ้าอายุ 40 ปีแล้วเนี่ย ต่อให้พยายามแค่ 3 เดือนก็ควรรีบไปปรึกษาแล้วค่ะ! เพราะอัตราการเจริญพันธุ์จะลดลงอย่างรวดเร็วตามอายุ และโอกาสในการตั้งครรภ์ด้วยวิธีธรรมชาติก็ยากขึ้นเรื่อยๆ การปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้คุณประเมินทางเลือกต่างๆ ที่มีอยู่ และวางแผนการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น อย่ารอช้าจนโอกาสทองของคุณหมดไปนะคะ
Q2: I'm 40 years old. Should I start consulting a doctor about infertility now, or wait a bit longer?
A: Wow! You're 40 and still asking? This is no time for playing games! For women aged 35 and above, it's generally recommended to consult a doctor if you've been trying to conceive for 6 months without success. But if you're 40, you should rush to consult a doctor even after just 3 months of trying! This is because fertility rates decline rapidly with age, and the chances of conceiving naturally become increasingly difficult. Consulting a specialist early will help you assess the available options and plan your treatment more effectively. Don't wait until your golden opportunity passes.
Q3: การตรวจสุขภาพเบื้องต้นสามารถบอกได้หรือไม่ว่ามีภาวะมีบุตรยาก?
A: การตรวจสุขภาพเบื้องต้นทั่วไป เช่น การตรวจเลือด หรือการตรวจร่างกาย อาจช่วยประเมินสุขภาพโดยรวมของคุณได้ แต่ไม่ได้เฉพาะเจาะจงสำหรับภาวะมีบุตรยากโดยตรงค่ะ การวินิจฉัยภาวะมีบุตรยากจำเป็นต้องมีการตรวจที่ละเอียดและเฉพาะทางมากกว่านั้น เช่น การตรวจฮอร์โมน, การอัลตราซาวด์มดลูกและรังไข่, การตรวจคุณภาพน้ำเชื้ออสุจิ, หรือการฉีดสีดูท่อนำไข่ ซึ่งการตรวจเหล่านี้จะทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์เท่านั้น ดังนั้น หากคุณสงสัยว่ามีภาวะมีบุตรยาก การปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรง จะเป็นการตัดสินใจที่ดีที่สุดค่ะ อย่าไปเสียเวลาตรวจอะไรที่ไม่ตรงประเด็น
Q3: Can a general health check-up determine if I have infertility?
A: General health check-ups, such as blood tests or physical examinations, can help assess your overall health but are not specifically diagnostic for infertility. Diagnosing infertility requires more detailed and specialized tests, such as hormone tests, ultrasound of the uterus and ovaries, semen analysis, or hysterosalpingography (HSG) to check the fallopian tubes. These tests are performed by specialists in reproductive medicine. Therefore, if you suspect you have infertility, consulting a specialist directly is the best decision. Don't waste time on irrelevant tests.
Q4: ถ้าฝ่ายชายมีปัญหาเรื่องอสุจิ ควรไปพบแพทย์ด้านใด?
A: ถ้าปัญหาอยู่ที่ฝ่ายชาย ก็ควรไปปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินปัสสาวะ (Urologist) ที่มีความชำนาญด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ (Reproductive Urology) ค่ะ แพทย์จะทำการตรวจวิเคราะห์น้ำเชื้ออสุจิอย่างละเอียด และหาสาเหตุของความผิดปกตินั้นๆ ซึ่งอาจเกิดได้จากหลายปัจจัย เช่น ปัญหาฮอร์โมน, การอุดตันของท่อนำอสุจิ, การอักเสบ, หรือปัญหาอื่นๆ การรักษาจะแตกต่างกันไปตามสาเหตุที่ตรวจพบ อย่าคิดว่าปัญหาอยู่ที่ผู้หญิงเสมอไปนะคะ ผู้ชายก็มีส่วนสำคัญไม่แพ้กัน!
Q4: If the male partner has sperm issues, what kind of doctor should he consult?
A: If the problem lies with the male partner, he should consult a Urologist specializing in Reproductive Urology. The doctor will conduct a detailed semen analysis to identify the cause of the abnormality, which can stem from various factors such as hormonal issues, blockage of the vas deferens, inflammation, or other problems. Treatment will vary depending on the diagnosed cause. Don't always assume the problem lies with the woman; men play an equally crucial role!
1. Rama Channel - มีบุตรยาก: เว็บไซต์ของโรงพยาบาลรามาธิบดี ให้ข้อมูลเกี่ยวกับภาวะมีบุตรยากที่เข้าใจง่าย พร้อมแนวทางการรักษาที่ทันสมัย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการข้อมูลที่ถูกต้องและน่าเชื่อถือจากสถาบันการแพทย์ชั้นนำ
2. Bumrungrad International Hospital - ภาวะมีบุตรยาก: โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์มีข้อมูลเกี่ยวกับภาวะมีบุตรยากที่ครอบคลุม ตั้งแต่สาเหตุ อาการ การวินิจฉัย ไปจนถึงทางเลือก
URL หน้านี้ คือ > https://55bit.co.in/1753020246-etc-th-local.html
โอ๊ยยย... มาอีกแล้วเหรอ? นึกว่าจะไปหาอะไรทำที่มันมีสาระซะอีก ที่ไหนได้ มาถามหาจุดรับ-ส่งพัสดุ SPX Express แถวทองหล่อ เอกมัยเนี่ยนะ? ก็นะ... เข้าใจแหละว่าชีวิตมันยุ่งเหยิง การจะหาที่ส่งของที่มันสะดวกๆ มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เหมือนปอกกล้วยเข้าปากหรอกนะ (ถ้าปอกกล้วยยากก็ลองดูสิ) แต่ก็ดีนะ อย่างน้อยก็ยังมีความพยายามที่จะออกจากบ้านไปส่งของ ไม่ได้นั่งจิ้มๆ โทรศัพท์สั่งให้คนอื่นมาส่งตลอดเวลา ถ้าอย่างนั้นก็เอาเถอะ ถือว่ามาทำการบ้านให้ ก็แล้วกัน แต่บอกไว้ก่อนนะ ถ้าข้อมูลผิดพลาดอะไรไป ก็อย่ามาโทษกันล่ะ ก็ใครใช้ให้มาถามฉันเอง!
Oh, for crying out loud, another one? I thought you were going to do something productive. But no, you're here asking about SPX Express drop-off points in Thonglor and Ekkamai? Well, fine. I get it. Life's chaotic, and finding a convenient drop-off spot isn't exactly as easy as, say, breathing. (Or maybe breathing is hard for you too, who knows?) But hey, at least you're making an effort to leave your house and ship something, instead of just clicking away on your phone and having someone else do it. So, whatever. Consider this my chore. But don't come crying to me if the information is slightly off, you asked for it!
โอ้โห... มาถึงขั้นนี้แล้วเหรอคะ? แสดงว่าพยายามกันมาสักพักใหญ่ๆ แล้วสินะ หรือไม่ก็กำลังกังวลจนเก็บไปฝันร้ายแล้วก็ได้ ยินดีด้วยค่ะที่คุณกำลังจะก้าวเข้าสู่โลกแห่งการ "วางแผนครอบครัว" แบบจริงจัง ไม่ใช่แค่การปั๊มลูกแบบไร้ทิศทางอีกต่อไป การมีบุตรยากไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายเสมอไปหรอกนะ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่จะปล่อยให้ผ่านไปเฉยๆ แล้วหวังว่าปาฏิหาริย์จะมาเคาะประตูบ้านหรอกนะ ยิ่งช้า ยิ่งเสียโอกาส ยิ่งเสียเงิน (อันนี้สำคัญ!) และที่สำคัญ ยิ่งเสียสุขภาพจิต! เพราะฉะนั้น การรู้ว่าเมื่อไหร่ควรจะอุ้มท้อง (หรืออุ้มใครสักคน) ไปปรึกษาคุณหมอผู้เชี่ยวชาญด้านการเจริญพันธุ์ ก็เหมือนมีแผนที่นำทางไปสู่เป้าหมายที่ตั้งใจไว้ไงล่ะ อย่าทำตัวเป็นคนหัวดื้อที่ไม่ยอมรับความจริง แล้วมานั่งเสียใจทีหลังว่า "รู้งี้ไปหาหมอตั้งนานแล้ว!" มาดูกันดีกว่าว่าสัญญาณเตือนอะไรบ้างที่บอกว่า "ถึงเวลาที่คุณควรจะไปพบแพทย์เพื่อปรึกษาเรื่องมีบุตรยากแล้วนะ!"
Oh, so you've reached this point, have you? It means you've been trying for quite a while, or perhaps you're so worried you're having nightmares about it. Congratulations on embarking on the serious path of "family planning," not just aimless baby-making anymore. Infertility isn't always a life-or-death situation, but it's also not something you should just let slide, hoping a miracle will knock on your door. The longer you wait, the more opportunities you lose, the more money you spend (this is important!), and most importantly, the more you damage your mental health! Therefore, knowing when to bring your "baby-making plan" to a fertility specialist is like having a roadmap to your intended destination. Don't be stubborn and deny reality, only to regret later, "If only I had seen a doctor sooner!" Let's find out what warning signs indicate that "it's time for you to see a doctor for infertility."